|
| อ
|
|
| |
| |
| กิตติ
สิงหาปัด ขุนศึกไอทีวี สุภัทธา สุขชู Positioning Magazine กันยายน 2548 แม้รายการ Hot News ไม่ได้เกิดมาเพื่อสู้แบบ News talk แต่ด้วยสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงและช่วงเวลาออกอากาศ 21.30 22.30 น. ทุกวันจันทร์-ศุกร์ ซึ่งต้องชนอย่างจังกับรายการ คุยคุ้ยข่าว ของเจ้าพ่อนักเล่าข่าว เช่น สรยุทธ สุทัศนะจินดา หัวเรือใหญ่แห่ง Hot News อย่างกิตติ สิงหาปัด ก็เลยต้องอยู่เข้าสู่ สงครามคุยข่าว อย่างไม่อาจเลี่ยงได้ ความเป็นที่รู้จักของเราก็จะอยู่ในลักษณะที่เราเป็น และลักษณะข่าวที่เราทำมันก็ position เราไปในตัว สมัยก่อนคนอาจคิดว่าเราทำข่าวสูงเกินไป แต่หลังสึนามิ ชาวบ้านทั่วไปเริ่มรู้ว่าผมติดดิน ผมใกล้ชิดกับเขา แล้วเขาก็กล้าเข้ามาพูดคุยกับผม กิตติสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคอนเทนต์ที่นำเสนอกับภาพลักษณ์ที่จะถูกรับรู้ ซึ่งเขาบอกว่า สไตล์การทำข่าวที่ชอบคือแบบสึนามิ จุดยืนของผมก็คือ ข่าวโทรทัศน์ต้องเป็นข่าวที่ลงไปทำจริง และยิ่งถ้าเป็นข่าวใหญ่ๆ ผู้ประกาศก็ต้องลงไปทำข่าวเอง ผมไม่ได้เรียนมาสายนิเทศฯ แต่ดูข่าวโทรทัศน์แล้วเห็นว่าน่าจะทำประโยชน์ได้ ก็เลยอยากทำ กิตติเดินอย่างบากบั่นอยู่บนเส้นทางนักข่าวและผู้ประกาศมาแล้วเข้าปีที่ 18 โดยเริ่มต้นอาชีพนี้ที่บริษัท Pacific Interl Communication เพราะมี อ.สมเกียรติ อ่อนวิมล เป็นแรงบันดาลใจแห่งวิชาชีพ ผมชอบและชื่นชมสไตล์การทำงาน วิธีคิด การนำเสนอข่าว แนวทางการทำงาน การเลือกข่าว การเข้าถึงข้อมูล และการสร้างนักข่าว ฯลฯ ซึ่งแนวทางของแกส่งอิทธิพลต่อผมจนวันนี้ สำหรับความคิดเห็นต่อกระแส News talk กิตติฟันธงว่า เป็นเพราะช่องต่างๆ ไม่อยากลงทุน เนื่องจากรายการแนวนั้นลงทุนต่ำสุดในแง่การทำข่าว แต่ได้ชื่อเสียงอย่างรวดเร็ว เพราะมีจุดขายอยู่ที่ผู้ดำเนินรายการ คนถามผมเยอว่าไอทีวีจะทำยังไงกับการแข่งขันรายการข่าวที่รุนแรง ผมไม่เห็นว่ามันจะมีการแข่งขันในการทำข่าวจริงๆ เลย แต่เป็นการแข่งกันเปิดรายการข่าว ซึ่งไม่ใช่การขับเคลื่อนอย่างที่เราต้องกลัว กิตติฟันธงอีกครั้งว่า กระแส News talk อาจไม่ใช่สัญญาณที่ดี กิตติยกตัวอย่างรายงานในอเมริกาที่อาจารย์สอนวารสารศาสตร์ฯ ในมหาวิทยาลัย และนักข่าวอาวุโส ต่างก็ออกมาบอกว่า ข่าวโทรทัศน์รูปแบบนี้กำลังทำตัวเป็นหนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ หรือ Tabloidization คือประเด็นข่าวที่เลือกจะเป็นข่าวคนดัง หรือข่าวอื้อฉาว และทำข่าวแนวผิวเผิน หวังเพียงให้พูดกันเป็น talk-of-the-town และยังมีแนวโน้มที่การทำข่าวให้เป็น Infotainment คือทำข้อมูลข่าวให้ดูบันเทิงและสนุกไว้ก่อน สิ่งเดียวที่รายการแบบนี้แข่งกันคือบุคลิกของผู้ดำเนินรายการ เพราะมันแข่งกันง่าย ไม่มีก็ไปซื้อตัวมา แล้วมันจะต่างกันยังไง ถ้าวิ่งรอกไปออกรายการนั้นรายการนี้ หมุนอยู่อย่างนี้ กิตติยังเตือนสถานีช่องใดก็ตามที่อยากจะได้ตัวเขาไปทำงานว่าต้องคิดให้หนัก ตลอด 9 ปีผมไม่เคยทำช่องอื่น ผมเลยกลายเป็นตราของไอทีวี และเป็นสัญลักษณ์ของข่าวไอทีวี ถ้าผมย้ายไปช่องอื่นก็คงต้องใช้เวลาหลอมละลายตัวเองนานพอสมควรกว่าจะเห็นเป็นกิตติช่องใหม่ แต่ก็ยังมีข่าวแว่วมาว่า กิตติได้รับการทาบทามจากช่องคู่แข่งอยู่เนืองๆ จนผู้บริหารไอทีวีต้องปรับตำแหน่งกิตติเป็น รองผู้อำนวยการฝ่ายขาย และเงินเดือนให้สูงเหยียบ 3 แสนบาท ซึ่งก็คุ้มกับการรักษาหัวเรือใหญ่ Hot News ผู้สร้างรายได้ให้สถานีกว่า 250 ล้านบาทต่อปี ด้วยช่วงเวลารายการที่ต้องชนกัน ด้วยผลงานที่โดดเด่น และด้วยบุคลิกที่ต่างกันเสมือนสุดขั้ว กิตตยอมรับอย่างเข้าใจว่า มักถูกเปรียบเทียบและจับชนกับสรยุทธ สุทัศนะจินดา บ่อยๆ การเขียนข่าวให้คนทะเลาะกันก็เป็นจุดขายของข่าว แล้วทีนี้คุณสรยุทธจะทะเลาะกับใครถ้าไม่ใช่ผม ก็มีแต่ไอทีวีที่เป็นคู่แข่งที่สูสี และถ้าไอทีวีก็คือผม แต่ในแง่การทำข่าว ผมกับเขาอยู่กันคนละแนว ทั้งเนื้อหางาน ปรัชญา และวิธีการทำงาน ขณะที่สรยุทธอาจต้องตื่นเช้าเพื่อไปทำงาน แต่กิตติขอตื่นเช้าเพื่อไปส่งลูก สรยุทธอาจใช้วันเสาร์และอาทิตย์หมดไปกับการทำงาน แต่กิตติขออยู่กับครอบครัว ขอเล่นกีฬา และขอเดินทาง แม้สไตล์การใช้ชีวิตจะต่างกัน แต่ก็น่าเชื่อว่า ทั้งคู่ดำเนินชีวิตของตนภายใต้ปรัชญาเดียวกันคือ ชีวิตเราเลือกได้ และเราก็ควรเลือกใช้ชีวิตแบบที่เราชอบ ผู้ดำเนินรายการข่าวที่ดี ในมุมมองของกิตติ สิงหาปัด 1. มีพื้นฐานการทำข่าว และเป็นนักข่าวที่ดี
|
![]() |
| |