|
| อ
|
|
| |
| |
| บิ๊กจ๊ะ
สปอร์ต ทอล์ก ออฟ เดอะทาวน์ วัฒนะชัย ยะนินทร Positioning Magazine กันยายน 2548 สังเวียนภาษากีฬา ไม่มีใครไม่รู้จัก บิ๊กจ๊ะ สาธิต กรีกุล พิธีกรคุยข่าวกีฬามีหนวด ซึ่งกลายเป็นโลโก้ประจำกายของเขา ไม่เคยมีใครไว้หนวดอ่านข่าว สาธิต พยายามบอกเล่าถึงบทบาทการเป็นพิธีกรข่าวมานาถึงสิบสามปีที่มีคนจดจำเขาได้ผ่านจอทีวี แม้ก่อหน้านี้เขาจะเป็นที่รู้จักในแวดวงกีฬาฟุตบอล ในฐานะนักพากย์ฟุตบอลฝีปากเอกก็ตาม บทบาทพิธีกรข่าวของสาธิตทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไป จากที่นั่งรายงานข่าวแบบเป็นทางการ อ่านตามสคริปต์ข่าว มาสู่การคุยข่าว สาธิตบอกว่า เริ่มปรับเปลี่ยนการนำเสนอข่าวแบบคุยข่าวมาประมาณปีกว่าแล้ว ตามนโยบายของช่อง 3 ที่ต้องการสร้างข่าวให้มีสาระแบบสนุกๆ เป็นกันเอง สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดอีก คือ การแต่งตัวของพิธีกรจะเน้นความสบายๆ มากขึ้น เป็นชุดลำลอง มีเสื้อแจ็กเก็ตคลุม ไม่จำเป็นต้องใส่สูทผูกไท เหมือนเมื่อก่อน การนำเสนอประเด็นข่าวกีฬา สาธิต อธิบาย ข่าวกีฬาจะนำเสนอในแต่ช่วงรายการข่าว ประมาณ 12 นาที จุดสำคัญต้องเลือกประเด็นในแต่ละวันว่า ประเด็นใดน่าสนใจเรียงลำดับ 1-2-3-4 การนำเสนอในรายการจะมีการพูดคุยกับพิธีกรข่าวผู้ร่วมรายการว่า วันนี้เราอยากจะพูดประเด็นใดเป็นหลัก เพื่อทำให้รู้กันว่าจะคุยกันได้ ถามกันได้เรื่องใด ไม่ใช่การเตี๊ยม หรือไม่มีสคริปต์ แต่เป็นการพูดคุยกันเพื่อเพิ่มอรรถรสของการนำเสนอข่าว มากกว่า ซึ่งที่ทำรายการกันมาถือว่าข่าวเริ่มสนุกขึ้น น่าติดตามมากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการพูดคุยต้องอยู่ ในขอบเขตด้วย ที่สำคัญต้องบริหารเวลาให้เป็น ข่าวกีฬาในความคิดของสาธิต เป็นเรื่องความบันเทิงที่สามารถถ่ายทอดให้เห็นจากประเด็นเล็ก สู่การพูดคุยที่น่าสนใจได้ เช่น เขาเคยพบมีรายการแข่งขันเทนนิสเยาวชนระดับนานาชาติรายหนึ่งจัดแข่งโดยไม่มีกรรมการตัดสิน โดยให้ผู้ปกครองนับคะแนนกันเอง เรื่องนี้ถือว่าแปลกมาก และมีเสน่ห์มากที่ควรจะนำมาเสนอทางจอทีวี เตรียมตัวก่อน talk สาธิตทำงานประจำที่ช่อง
3 ดังนั้นจึงมีทีมข่าวกีฬาที่ทำข้อมูลป้อนให้ส่วนหนึ่ง ก่อนเข้ารายการจะเตรียมข้อมูลศึกษาประเด็นข่าวก่อนประมาณ
1-2 ชั่วโมง เพื่อพิจารณาว่าประเด็นใดควรนำเสนอเป็นประเด็นใหญ่ที่สามารถพูดคุยกับพิธีกรข่าวที่จัดรายการร่วมกับเราได้ |
เอกราช
เก่งทุกทาง... ชวนชื่นมื่นกีฬา วัฒนะชัย ยะนินทร Positioning Magazine กันยายน 2548 คุยสบายๆ ภาษากีฬาพาที แบบพิธีกรเล่าข่าวอารมณ์ดี เอกราช เก่งทุกทาง ที่กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความหรรษาด้าน News talk ยามรุ่งอรุณ เอกราช มีชื่อเสียงกับอาชีพนักพากย์ฟุตบอลมานานนับสิบกว่าปี แต่ใครจะคิดว่าอาชีพเบื้องหลังไมโครโฟนแบบใช้เสียงบรรยาย วันหนึ่งจะกลายเป็นดาราหน้ากล้องที่ทำให้รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ไม่ใช่จำกัดแค่ชมรมรักฟุตบอลอย่างเดียว บุคลิกของเอกราชที่เป็นคนสนุก คุยสบายๆ มีมุกฮา ทะลึ่งนิดๆ ทำให้เขากลายเป็นสัญลักษณ์ของความหรรษาของรายการเรื่องเล่าเช้านี้ เสียงหัวเราะของเขาทำให้แฟนรายการหลายคนอดขำไปด้วยไม่ได้ ผมเข้ามาจัดรายการเรื่องเล่าเช้านี้ตั้งแต่ศึกฟุตบอลยูโรฯ ประมาณปีกว่ามาแล้ว คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา เป็นคนโทรไปชวนมาทำรายการ เห็นรูปแบบรายการแล้วพอทำได้ จึงตัดสินเข้ามาทำ ระยะเวลาหนึ่งปีกว่า กับการทำรายการเรื่องเล่าเช้านี้ เอกราช เล่าว่า ในแง่การทำงาน ไม่ได้เปลี่ยนแปลงคาแร็กเตอร์ของตัวเอง ทุกอย่างเป็นไปตามสไตล์ของตัวเอง คือ การหยิบเรื่องหรือประเด็นกระแสกีฬาในแต่ละวันมาคุยกันแบบสนุกๆ การดำเนินรายการของผมจะเข้ามาช่วงท้ายๆ ของรายการ หลังจากสรยุทธกับอรปรียาคุยเรื่องหนักๆมาแล้ว ผมจะมาช่วยประเด็นที่จะพูดคุยจะเน้นเรื่องเบาๆ สนุก ไม่ใช่กีฬาอย่างเดียวแต่จะเป็นเรื่องทั่วๆไปที่น่ารู้ หรือควรรู้ เอกราชเปรียบเทียบการทำงานรูปแบบพิธีกรว่า เป็นเสมือนการขึ้นไปเล่นเพลงแจ๊ซ ขึ้นไปบนเวทีก็หยิบเครื่องตนตรีที่ตนเองถนัดบรรเลงทันที รูปแบบของรายการเรื่องเล่าเช้านี้ไม่มีการตระเตรียมกันไว้ก่อนว่าจะพูดอะไรบ้าง รูปแบบการทำรายการลักษณะนี้แม้จะดูออกมาแบบดิบๆ แต่ดูเป็นธรรมชาติ News talk ในความหมายของเอกราช เป็นการสื่อสารข่าวอีกวิธีหนึ่ง ที่ใช้การเล่าข่าวมาสร้างการสื่อสารแบบสบายๆ รู้สึกเป็นกันเองกับผู้ชม ไม่เครียด เพราะธรรมชาติของคนจะไม่ชอบดูฟังเรื่องหนักๆ การสื่อสารแบบเครียดๆ หรือเป็นทางการมากไป ต้องเป็นเหมือนเพื่อน เล่าเรื่องให้เพื่อนฟัง เตรียมตัวก่อน talk เอกราชมีการตระเตรียมข้อมูลข่าวตั้งแต่ช่วงดึก
ก่อนนอนเกือบทุกวันประมาณ 4 ทุ่ม หากไม่มีภารกิจใดมาสอดแทรก เขาจะอ่านข่าว
เช็กข่าว ทางอินเทอร์เน็ต เพื่อจะเก็บเป็นข้อมูลสำหรับการทำรายเรื่องเล่าเช้านี้
จันทร์-ศุกร์ เขาจะตื่นนอนประมาณตีห้าครึ่ง และเดินทางมาถึงช่อง 3 ไม่เกินเจ็ดโมงเช้า
นั่งดูหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งอีกสักพัก ก่อนจะอัดรายการ |
![]() |
| |